|
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง
ศึกษาวิธีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา 3
(ส 33101) ของนักเรียนชั้น ม.3
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549
โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม
ผู้วิจัย
นางอังคณา ณ พิกุล
ปัญหา
วิชาสังคมศึกษา 3 (ส
33101) เป็นวิชาที่มีเนื้อหาจำนวนมาก
และต้องอาศัยการอ่านมากที่สุดถึงจะได้คะแนนสูง
เป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างน่าเบื่อหน่ายสำหรับนักเรียนในยุคปัจจุบันที่อยู่ในยุค
ICT ที่เต็มไปด้วยสื่อที่ทันสมัย
จากการสังเกตนักเรียนใน การเรียนวิชานี้ในปีการศึกษาที่ผ่านมา
พบว่า นักเรียนไม่ชอบเรียนและแสดงอาการ
เบื่อหน่ายต่อการเรียนวิชาสังคมศึกษา
และมีนักเรียนจำนวนมากที่ได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ต่ำและ
อีกส่วนหนึ่งก็สอบไม่ผ่านในรายวิชานี้
ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ออกแบบเอกสารประกอบการสอน ได้แก่
แบบฝึกหัดที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ใบความรู้คู่แบบฝึกหัด
และ
กำหนดกิจกรรมเสริมบทเรียนเพื่อเพิ่มคะแนนให้สอบผ่านหรือมีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนที่ดีขึ้นกว่าเดิม
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษา หาวิธีการ
ที่ทำให้นักเรียนระดับชั้น ม.3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา
3 ( ส 33101 )
ดีขึ้น
วิธีการวิจัย
1. กำหนดกิจกรรม ผลงาน
และกำหนดเวลาในการส่งงานหรือกิจกรรมที่กำหนดให้ทำ ช่วง
คาบแรกก่อนเรียนวิชา สังคมศึกษา 3 (ส
33101) (คาบปฐมนิเทศ)
2.
ชี้แจงเกี่ยวกับการส่งงาน ตามกำหนดเวลา จะได้คะแนน สูง และส่งงานช้า
จะได้คะแนนน้อย โดยการกำหนดส่งงาน จะกำหนดส่งเป็น 3
ช่วงเวลา ห่างกัน ช่วงละ 5
วัน และนักเรียนที่ส่งงานช้า จะถูกตัดคะแนนช่วงละ 2
คะแนน
3.
มีการติดตามงานของนักเรียน โดย ซักถามในคาบทุกคาบเรียน
กรณีที่นักเรียน ไม่ส่งงาน จนหมดเวลาในการส่ง
(ไม่ส่งจนครบช่วงเวลาที่กำหนดส่ง )
4.
นักเรียนที่ไม่ทำกิจกรรม หรือ ผลงานส่งจนหมดเวลาส่ง
ครูจะกำหนดให้มา ทำกิจกรรมช่วงเวลาพักกลางวัน หรือคาบค้นคว้า
โดยครูเป็นผู้ติดตาม และ ควบคุม ซึ่ง
นักเรียนไม่ต้องได้รับผลการเรียน ร และจะได้รับคะแนน
ครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม (ผลงานต้องมีคุณภาพ)
5. กำหนดกิจกรรมเสริม
เพื่อให้นักเรียนทำเพื่อเพิ่มคะแนน
โดยอยู่นอกเหนือจากกิจกรรมปกติโดยนักเรียนที่ทำกิจกรรมนี้
จะมีโอกาสเพิ่มเกรดให้สูงขึ้น และ มีโอกาสติด 0
ลดลง
6.
มีกิจกรรมซ่อมเสริม นักเรียนที่สอบไม่ผ่าน
ทั้งสอบหลังเรียนรายหน่วย สอบระหว่างภาค และสอบปลายภาค
เพื่อให้ได้คะแนนครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม ทุกครั้ง ทุกคน
ที่สอบไม่ผ่าน
7.
มีการเสริมแรง ให้กำลังใจ ให้โอกาส และให้ความเป็นกันเอง
แก่นักเรียน ไม่ดุด่า เมื่อนักเรียนมาติดต่อของานหรือสอบแก้ตัว
ซึ่งอาจล่าช้าบ้าง
การวิเคราะห์ข้อมูล
ครูสรุปข้อมูล
โดยดูจากการส่งงานของนักเรียน การทำกิจกรรมเสริมที่ครูกำหนดให้ทำ
และจากการส่งงานตามช่วงกำหนดเวลา (3
ช่วงเวลา)
ได้ข้อสรุปว่า
1.
นักเรียนทำงานส่งครบตามที่กำหนด (3 ช่วงเวลา)
ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่ส่งงานช้า แต่เมื่อ ครบ 3
ช่วงเวลา
ก็ส่งงานครบทุกคน ยกเว้น นักเรียนที่ ออกจากโรงเรียน
แต่ยังไม่มาลาออก
2.
การกำหนดกิจกรรมเสริมให้นักเรียนทำส่ง หรือเข้าร่วมกิจกรรม
สามารถช่วยให้นักเรียนทำคะแนนในรายวิชาสังคมศึกษา 3
( ส33101)
ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชานี้ สูงขึ้น
3.
นักเรียนที่ไม่สนใจส่งงานหรือทำกิจกรรมตามที่ครูกำหนด
มักจะเป็นนักเรียนที่ ไม่ตั้งใจเรียน ชอบเล่นในเวลาเรียน
ครูต้องกำหนดบทลงโทษ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
และต้องมีความเสมอต้นเสมอปลาย และใช้เหตุผลในการลงโทษ ไม่ใช้อารมณ์
4.
นักเรียนที่ไม่สนใจทำกิจกรรมการเรียน ครูต้องคอยเสริมแรง
ให้กำลังใจ ให้ความเป็นกันเอง และให้โอกาสแก่เด็ก
ทำให้นักเรียนกล้ามาพบครูและทำงานส่ง ถึงจะล่าช้าบ้าง
5. การติดตามเรื่อง
การส่งงาน ของนักเรียน และตรวจงานโดยเน้นเรื่องการตรงเวลา
และแจ้งคะแนนให้นักเรียนทราบอยู่ตลอดเวลา
ส่งผลให้นักเรียนส่งงานตามเวลาดีขึ้น และมีการติดตามสอบแก้ตัว
ทำให้มีโอกาสที่จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชานี้ สูงขึ้น
6. นักเรียนชั้น ม.
3
เป็นวัยที่ชอบความมีเหตุผล ไม่ชอบให้ใช้อารมณ์ ดังนั้น
การพูดชักจูงนักเรียนเรื่องการทำกิจกรรม และการส่งงาน โดยใช้เหตุผล
ไม่ใช้อารมณ์ ส่งผลให้นักเรียนส่งงานมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะส่งงานล่าช้า
ก็ตาม
กิจกรรม/ งานที่กำหนดให้ทำ
---------------------------------------------------------------------
1.
แบบฝึกหัดสาระประวัติศาสตร์ และสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและ
การดำเนินชีวิต
2. การ์ตูนกฎหมาย
จำนวน 1 หน้ากระดาษ ขนาด A4
(งานเดี่ยว)
3.
รายงานประเพณีวัฒนธรรมภูมิปัญญาไทยภาคต่างๆ
(งานกลุ่ม
3 - 5 คน กลุ่มละ
1 ภาค)
4.
สอบปากเปล่าท่องชื่อพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และ
ชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร
5.
กิจกรรมสอนเสริมเพิ่มความรู้วิชาสังคมศึกษา (ตามความสมัครใจ)

|