|
| |||
|
|
ชื่อสามัญ Teak | ||
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tectona grandis
Linn.![]() | |||
| ตระกูล VERBENACEAE | |||
| ชื่ออื่น กระเบียด | |||
| ลักษณะทั่วไป | |||
| สักทองเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
มีความสูงประมาณ 15-30 เมตร ผิวเปลือกลำต้นมีสีน้ำตาล
เปลือกเรียบลำต้นเปลาตรงแตกกิ่งก้านครงส่วนเรือนยอด ใบเป็นใบเดี่ยว
เนื้อใบหนาสากคาย ใต้ใบจะมีขน ใบมีลักษณะกลมใหญ่ขนาดใบกว้างประมาณ 15-20
เซนติเมตร ยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ตามบริเวณปลายกิ่ง
ดอกมีกาบหุ้มดอกเป็นรูปเรียวยาวประมาณ1 เซนติเมตรดอกมีกลีบดอก
5 แฉก
ดอกมีขนาดเล็กสีขาวผลเป็นรูปทรงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางโตประมาณ 0.5
เซนติเมตร | |||
| ความเป็นมงคล | |||
| คนไทยโบราณเชื่อว่า
บ้านใดปลูกต้นสักทองไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีศักดิ์ศรี เพราะสัก หรือศักดิ์
คือการมีศักดิ์ศรี มีเกียรติศักดิ์ยศฐาบรรดาศักดิ์ นอกจากนี้ สัก หรือ สักกะ
คือ พระอินทร์ผู้มีอานาจที่ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ ดังนั้น
สักทองจึงเป็นไม้มงคลนาม | |||
| ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก | |||
| เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย
ควรปลูกต้นสักทองไว้ทางทิศเหนือผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์
เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์
ถ้าจะให้เป็นมงคลมากยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ
และเป็นผู้ ที่ประกอบคุณงามความดี ก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก | |||
| การปลูก | |||
| นิยมปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน
ถ้าปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้าน หรืออาคาร ควรปลูกให้มีระยะห่างเหมาะสม
เพราะสักทองเป็นไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 3ผสมดินปลูกและใช้ปุ๋ยฟอสเฟต (Phosphate) อัตรา 100 - 300 กรัม/ต้น คลุกกับดินปลูก เพื่อปรับสภาพของดินให้ดีขึ้น และใช้ฟูราดาน (Furadan) อัตรา 50-100 กรัม/หลุม คลุกดินป้องกันศัตรู พวกด้วง (Apoderus notatus) และหนอน(Maggot) | |||
| การดูแลรักษา | |||
| แสง | ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง | ||
| น้ำ | ต้องการปริมาณน้ำน้อย ควรให้น้ำ 10 วัน/ครั้ง | ||
| ดิน | ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นน้อย | ||
| ปุ๋ย | ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2: 5กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ12-3-6 หรือ 16-11-14 อัตรา 100-300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 2-4 ครั้ง | ||
| การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด การใช้เหง้า วิธีที่นิยมและได้ผลดีคือ การใช้เหง้า การเพาะเมล็ด | ||
| โรค | ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะมีความทนทานสภาพธรรมชาติได้ดี | ||
| ศัตรู | มอดเจาะต้น (Weevil) หนอนกินใบ | ||
| อาคาร | มอดเจาะต้นทำให้เป็นรู ยอดเหี่ยวแห้ง ส่วนหนอนกินใบ จะมีเส้นใยสีขาวบนใบและกัดแทะใบอ่อน | ||
| การป้องกัน | ทำลายผีเสื้อที่จะวางไข่ และทำลายตัวอ่อนและทำความสะอาดบริเวณแปลงปลูก | ||
| การกำจัด | ใช้ยาพวกทูรินจิ เอนซีส หรือ โมโนโครฟอส อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก | ||